เมื่อ กาลาคติกอส กำลังกลับมาเขย่าโลกลูกหนัง

เมื่อ กาลาคติกอส กำลังกลับมาเขย่าโลกลูกหนัง

2-3 ทศวรรศที่ผ่านมา เรอัล มาดริด สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งศึกลา ลีกา สเปน มีความหมายเหมือนกันกับการใช้จ่ายฟุ่มเฟือยเริ่มจาก หลุยส์ ฟิโก, เดวิด เบคแฮม, คริสเตียโน โรนัลโด้ และ กาเร็ธ เบล ฟอเรนติโน เปเรซ ประธานสโมสร “ราชันชุดขาว” ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ในการรวบรวมคอลเล็กชั่นซุปเปอร์สตาร์ที่มีเสน่ห์ที่สุดในโลก

อย่างไรก็ตามในปีที่ผ่านมา มาดริด เริ่มไม่ค่อยทุ่มซื้อนักเตะบิ๊กเนมมากนัก ยกเว้นการมาถึงของ ติโบต์ กูร์ตัวร์ส นายทวารทีมชาติเบลเยียม จาก เชลซี เมื่อฤดูร้อนที่ผ่านมา “ราชันชุดขาว” ได้อยู่ห่างจากการเซ็นสัญญาครั้งใหญ่นับตั้งแต่ปี 2014 หลังซื้อตัว โทนี่ โครส กองกลางทีมชาติเยอรมัน และ เจมส์ โรดริเกซ จอมทัพชาวโคลอมเบีย

ตั้งแต่นั้นผู้จัดการทีมอย่าง คาร์โล อันเชลอตติ, ราฟา เบนิเตซ, ซีเนอดีน ซีดาน, ยูเลน โลเปเตกี และ ซาติอาโก โซลารี่ ได้ใช้ผู้เล่นเดิมๆเกือบทั้งหมด และตอนนี้ ซิซู ได้เรียกร้องให้ผู้เล่นชุดเดียวกันเกือบทั้งหมดที่เล่นด้วยกันมายาวนานอย่าง เคย์เลอร์ นาบาส, ดาเนียล การ์บาฆาล, ราฟาแอล วาราน,เซร์คิโอ รามอส,มาร์เซโล, ลูก้า โมดริช,กาเซมีโร่,โทนี่ โครส, อิสโก้ และ คาริม เบนเซม่า เป็นกระดูกสันหลังของทีม

อย่างไรก็ตาม ช่วงเวลาที่ยั่งยืนของการวิวัฒนาการที่อ่อนโยน ได้ทำให้เกิดการปฏิวัติเต็มรูปแบบโดย เปเรซ ดูแลความคลั่งไคล้การใช้จ่าย ซึ่งได้มาถึงระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ เงินกว่า 300 ล้านยูโร ถูกใช้จ่ายตั้งแต่ปลายฤดูร้อนที่ผ่านมา ทำลายสถิติ 254 ล้านยูโร ในปี 2010 ด้วยการซื้อตัว โรนัลโด้, เบนเซม่า, กาก้า และ ซาบี อลอนโซ่

ทำไมการเปลี่ยนแปลงที่รุนแรงในนโยบาย? นักเตะใหม่คือใคร จะมีอีกไหม? และมันหมายความว่าอะไรสำหรับนักเตะ มาดริด ที่รับใช้ทีมมาอย่างยาวนาน

ทันทีหลังจากที่เอาชนะ ลิเวอร์พูล ในเดือนพฤษภาคมปี 2018 เพื่อคว้าถ้วยรางวัลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก สำหรับสมัยที่ 3 ติดต่อกัน ซีดาน ได้เข้าสู่ขั้นตอนที่ผิดปกติสำหรับผู้จัดการทีมผู้พิชิตฟุตบอลยูโรป เขาลาออกจากการโต้เถียงว่าเขาไม่สามารถสานต่อความสำเร็จได้

ซีดาน ได้กล่าวอย่างสม่ำเสมอถึงความเชื่อของเขาว่า ความสำเร็จในลีกในประเทศเป็นการทดสอบความสามารถของทีมมากที่สุด และเขารู้สึกว่าชัยชนะของยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ในปี 2018 นั้น เป็นหน้ากากที่บอบบางมากสำหรับการปฏิเสธที่คมชัดมากขึ้น

โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากการขายของ โรนัลโด้ และ ซีดาน กำลังอ่านข้อความ ถ้าเขาไม่สามารถทำการเปลี่ยนแปลงสิ่งที่เขาต้องการมันเป็นเวลาที่จะได้รับการอนุมัติจาก เปเรซ ซึ่งภายในไม่กี่สัปดาห์หลังจากโค้ชชาวฝรั่งเศสลาออก มันชัดเจนอย่างมากว่าเขาพูดถูก

ในปี 2018-19 นั้นเป็นช่วงที่เลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ของ มาดริด เมื่อไม่นานมานี้ โดยพลพรรค “ราชันชุดขาว” ได้อันดับ 3 ในลาลีกา มีคะแนนตามหลังแชมป์อย่าง บาร์เซโลน่า 19 แต้ม รวมถึงการตกรอบฟุตบอลถ้วยโคปา เดย์ เลย์ และตกรอบยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ ลีก โดยแพ้ไปมากถึง 18 เกมตลอดทั้งซีซั่น

หลังจาก โลเปเตกี และ โซลารี่ ใช้เวลาในการคุมทีมคนละไม่กี่สัปดาห์ เปเรซ ก็ตัดสินใจกลับไปหา ซีดาน อีกครั้ง ด้วยการที่เขายอมรับมุมมอง และข้อเรียกร้องของ กุนซือเฟรนช์แมนว่า มาดริด กำลังต้องการการผ่าตัดทีมอย่างจริงจัง หากเขากลับมากุมบังเหียนในถิ่นซานติอาโก เบอร์นาบิว

ซีดาน พิสูจน์ตัวเองและกล้ายอมรับ ในที่สุดเขาก็เดินทางกลับมาอีกครั้ง แน่นอนว่าหัวใจสำคัญของธุรกิจในช่วงฤดูร้อนของ มาดริด คือ เอเดน อาซาร์ ปีกชาวเบลเยี่ยมของ เชลซี ซึ่ง เปเรซ ได้ติดตามดาวเตะรายนี้อย่างเปิดเผยเป็นเวลากว่าหนึ่งปี และจอมทัพวัย 28 ปี ดึงดูดแฟนๆกว่า 50,000 คนมาที่ เบอร์นาบิวต์ ในงานเปิดตัวของเขาเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา

ด้วยป้ายราคาเริ่มต้น 100 ล้านยู อดีตกองกลาง เชลซี ดูเหมือนจะมั่นใจว่าตัวเองได้รับสถานะตัวจริงและโอกาสในทีมชุดแรกในแนวรุก มาดริด ภายใต้การนำของ ซีดาน เพื่อสนับสนุนการเล่นของ เบนเซม่า อย่างแน่นอน

อาซาร์ ไม่ได้เป็นเพียงการเสริมทัพรายสุดท้าย

อาซาร์ ไม่ได้เป็นเพียงการเสริมทัพรายสุดท้าย แต่ มาดริด ยังทำหน้าที่อย่างรวดเร็วเพื่อซื้อตัว ลูก้า โยวิช กองหน้าชาวเซอร์เบียจากสโมสร ไอน์ทรัค แฟรงก์เฟิร์ต ในศึกบุนเดสลีกา เยอรมัน ด้วยค่าตัวมหาศาลถึง 60 ล้านยูโร โดยดาวเตะวัย 21 ปี ซัดไปถึง 27 ประตู เมื่อซีซั่นที่แล้ว

เงินก้อนใหญ่อีก 47 ล้านยูโร ถูกใช้เพื่อเป็นค่าตัวของ แฟร์กล็องด์ เมนดี้ ฟูลแบ็ค จาก โอลิมปิก ลียง ในศึกลีก เอิง ฝรั่งเศส กองหลังเฟรนช์แมน ทำผลงานได้อย่างโดดเด่นในช่วงฤดูกาลที่ผ่านมา และถูกซื้อมาเพื่อแย่งตำแหน่งกับ เซอร์จิโอ เรกีลอน แบ็คซ้ายดาวรุ่งชาวสเปน

ด้วยการที่ เซอร์จิโอ รามอส ปราการหลังกัปตันทีม มาดริด ตอนนี้อายุ 33 ปี ศูนย์กลางในแนวรับสำหรับอนาคตถูกเปลี่ยนถ่ายด้วยเงิน 50 ล้านยูโร เพื่อซื้อตัว มิลิเตา กองหลังแซมบ้า มาจาก เอฟซี ปอร์โต้ ในลีกโปรตุเกส รวมถึงเงินอีก 60 ล้านยูโร เพื่อซื้อ โรดรีโก ตัวรุกดาวรุ่งชาวบราซิล มาจาก ซานโตส

และนั่นอาจไม่ใช่ทั้งหมด ในขณะที่พวกเขากำลังรอคอยการมาถึงของ อาซาร์ ในวันพฤหัสบดี แฟนๆตัวจริงให้ความบันเทิงโดยตะโกนว่า “เราต้องการ เอ็มบัปเป้” และไม่ต้องคาดเดาเลยว่า ซีดาน อยากได้กองหน้ารุ่นน้องบ้านเดียวกันมาล่าตาข่ายในทัพ “ราชันชุดขาว” หรือไม่

นอกจานนี้ ข่าวลือที่ว่า ซีดาน เชื่อมโยงกับ ปอล ป็อกบา กองกลางทีมชาติฝรั่งเศส ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็ไม่มีใครในมาดริด ออกมาปฏิเสธ ซึ่งสื่อเมืองกระทิงดุต่างคาดการณ์กันว่าดาวเตะ “ปีศาจแดง” จะเป็นการซื้อตัวที่เหมาะสมของ “ราชันชุดขาว”

ขณะเดียวกันยังเป็นที่น่าสังเกตว่าการเซ็นสัญญาครั้งใหม่จะไม่เป็นเพียงเปลี่ยนโฉมหน้าของ มาดริด ไปมากนัก ประการแรก ซีดาน จะต้องค้นหาพื้นที่ให้ อาซาร์, โยวิช และ เบนเซม่า เล่นร่วมกันเสียก่อน ส่วนดาวรุ่งฟอร์มแรงในปีที่แล้วอย่าง เวนิซิอุส ปีกชาวบราซิล ยังคงมีอนาคตไม่แน่นอน

กองกลางดาวรุ่งอย่าง เฟด บัลเบร์เด ซึ่งปัจจุบันเล่นให้กับอุรุกวัยในศึกโคปา อเมริกา ก็สามารถมีบทบาทที่โดดเด่นเช่นกัน โดยเขาได้รับเลือกให้ลงสนามจาก ซีดาน 8 นัดในปีที่ผ่านมา ส่วน บราฮิม ดิอาซ ตัวรุกดาวรุ่ง ที่ซื้อมาจาก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ก็มีโอกาสได้รับความประทับใจมากขึ้นเช่นกัน

ดังนั้นนี่อาจเป็นฤดูร้อนที่ยุ่งมาก แต่งานของ ซีดาน ในการปรับรูปร่างทีมของเขาเพิ่งเริ่มต้นเท่านั้นการเซ็นสัญญาครั้งล่าสุด รวมถึงการกลับมาของหลายๆคน ทำให้ขนาดทีมของ มาดริด มีนักเตะเพิ่มขึ้นเป็น 37 คน และจากมุมมองทางการเงินก็ชัดเจนว่า ต้องมีการขายผู้เล่นจำนวนมากออกไปเพื่อรักษาสมดุลของหนังสือ

เงินสดจำนวนมากจะถูกยกขึ้นโดยการตัดค่าธรรมเนียมไม่กี่ 10-20 ยูโร สำหรับผู้เล่นเช่น ดานี ซาเบญอส, มาร์กอส ยอเรนเต, เตโอ เอร์นานเดซ และ มาเรียโน ดิอาซ ซึ่งค่าตัวนักเตะเหล่านี้ อาจจบลงด้วยการชดเชยค่าตัว อาซาร์ ได้ในบางส่วน

นอกจากนี้ แข้งบิ๊กเนมก็จะถูกกำจัดเช่นกัน โดยเริ่มจาก เบล ซึ่งในความสัมพันธ์ของเขากับ ซีดาน ไม่สู้ดีนัก และการหาบ้านใหม่ให้กับ อดีตปีก ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ถือเป็นเรื่องสำคัญสำหรับ มาดริด ถึงกระนั้นด้วยอายุ 29 ปี กับร่างกายที่ไม่ฟิตเหมือนเดิม พร้อมค่าแรงมหาศาล มันยากที่จะหาทีมมารับช่วงต่อ

กรณีแบบเดียวกันกับ เบล อาจพบได้ในการขาย เจมส์ โรดริเกซ กองกลางทีมชาติโคลอมเบีย ซึ่งเป็นที่ต้องการของ ซีดาน ส่วน มาร์เซโล และ นาบาส อาจย้ายออกไปหากมีข้อเสนอที่เหมาะสม รวมไปถึง อิสโก และ มาร์โก อเซนซิโอ 2 กองกลางชาวสเปน

ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น มันชัดเจนว่า มาดริด จะต้องมีการขายนักเตะออกไปหลายรายในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า และชัดเจนพอๆกันว่า “ราชันชุดขาว” ที่เราคุ้นเคยกับการเฝ้าดูในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาเป็นเรื่องของอดีต “กาลาคติกอส” กำลังกลับมาเขย่าโลกลูกหนังอีกครั้ง

ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น มันชัดเจนว่า มาดริด จะต้องมีการขายนักเตะ