เทียบสถิติฤดูกาลแรกกับหงส์ของ ดิโอโก้ โชต้า และ ซาดิโอ มาเน่

เทียบสถิติฤดูกาลแรกกับหงส์ของ ดิโอโก้ โชต้า และ ซาดิโอ มาเน่

แม้ว่า ดิโอโก้ โชต้า จะต้องเจอกับช่วงเวลาที่ยากลำบาก กับอาการบาดเจ็บในฤดูกาลแรกกับ ลิเวอร์พูล หลังย้ายจาก วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอร์เรอร์ส มาร่วมทีมเมื่อซัมเมอร์ที่แล้ว แต่ตัวนักเตะก็ยังสร้างผลงานที่น่าประทับใจได้ในระดับนึง กับการลงเล่นในตำแหน่งตัวรุกทางฝั่งซ้าย ซึ่งเป็นตำแหน่งเดียวกับ ซาดิโอ มาเน่

มาเน่ ย้ายจากเซาแธมป์ตัน มายังแอนฟิลด์ ในปี 2016 และพัฒนาฝีเท้าจนกลายเป็นนักเตะระดับโลก ช่วยทีมประสบความสำเร็จ และคว้าแชมป์ได้หลายรายการ โดยเฉพาะการประสานงานร่วมกับ โมฮาเหม็ด ซาล่าห์ และโรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่

บทความนี้เราจึงนำสถิติในฤดูกาลแรกของโชต้า และมาเน่ มาเทียบกัน ผลออกมาจะเป็นอย่างไรก็ไปดูกันได้เลย

ซาดิโอ มาเน่ ฤดูกาล 2016-17
ลงสนาม 29 เกม ตัวจริง 28 เกม สำรอง 1 เกม
ทำได้ 13 ประตู 7 แอสซิสต์ จุดโทษ 0 ประตู
เฉลี่ยทำได้ 186.6 นาทีต่อประตู
เฉลี่ยทำได้ 186.6 นาทีต่อประตู (ไม่นับจุดโทษ)
เฉลี่ยทำได้ 121.3 นาทีต่อประตูหรือแอสซิสต์
เฉลี่ยผ่านบอลสำคัญ 1.8 ครั้ง ต่อ 90 นาทีในพรีเมียร์ลีก
เฉลี่ยเลี้ยงบอลสำเร็จ 2.7 ครั้ง ต่อ 90 นาทีในพรีเมียร์ลีก

ดิโอโก้ โชต้า ฤดูกาล 2020-21
ลงสนาม 30 เกม ตัวจริง 19 เกม สำรอง 11 เกม
ทำได้ 13 ประตู 1 แอสซิสต์ จุดโทษ 0 ประตู
เฉลี่ยทำได้ 135.6 นาทีต่อประตู
เฉลี่ยทำได้ 135.6 นาทีต่อประตู (ไม่นับจุดโทษ)
เฉลี่ยทำได้ 125.9 นาทีต่อประตูหรือแอสซิสต์
เฉลี่ยผ่านบอลสำคัญ 1.0 ครั้ง ต่อ 90 นาทีในพรีเมียร์ลีก
เฉลี่ยเลี้ยงบอลสำเร็จ 1.7 ครั้ง ต่อ 90 นาทีในพรีเมียร์ลีก

กับจำนวนในการลงสนามไม่ได้แตกต่างกันมากนัก ระหว่างซาดิโอ มาเน่ และดิโอโก้ โชต้า แต่สถิติเรื่องการทำประตู ดาวเตะชาวโปรตุเกสดูจะเฉียบคมกว่า กับการมีส่วนร่วมกับทีม ทั้งทำประตู และแอสซิสต์ แม้ว่าตัวเลขการทำประตูจะเท่ากัน และทำแอสซิสต์ได้น้อยกว่า แต่เป็นเพราะว่าเจ้าตัวลงสนามในจำนวนนาทีที่น้อยกว่าดาวเตะชาวเซเนกัล เมื่อลงสนามเป็นตัวสำรองถึง 11 เกม

กับสถิติที่เกิดขึ้นในพรีเมียร์ลีก ทั้งการผ่านบอลสำคัญ และเลี้ยงบอลสำเร็จ เป็นมาเน่ ที่ทำได้ดีกว่าอย่างชัดเจน จนก้าวขึ้นมาเป็น 1 ใน 3 ประสานที่ดีที่สุดของทีม และช่วยทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก และยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ไปได้ในช่วงที่ผ่านา แม้ว่าฤดูกาลล่าสุดผลงานจะดรอปลงไปพอสมควร และโชต้า เพิ่งจะเข้ามา แต่ก็ยังมีเส้นทางที่ต้องพิสูจน์ต่อไป เมื่อต้องมาเจอกับอาการบาดเจ็บ และทำให้ต้องพักฟื้นไปหลายเดือน